“หม้อแปลงไฟฟ้า” อุปกรณ์สำคัญที่หลายคนเคยเห็น แต่อาจไม่รู้จักมาก่อน

หม้อแปลงไฟฟ้า

            “หม้อแปลงไฟฟ้า” เป็นสิ่งที่พบเห็นกันเป็นประจำในทุกที่ที่ไฟฟ้าเข้าถึง แต่เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะรู้จักการทำงานของมันจริง ๆ เพราะถ้าไม่ได้ปลูกบ้านหรือโรงงานใหญ่บนพื้นดินเปล่า ก็แทบไม่มีใครเคยได้สัมผัสใกล้ชิดกับหม้อแปลงไฟฟ้ามาก่อน

ข้อมูลเบื้องต้นของหม้อแปลงไฟฟ้า

            หม้อแปลงไฟฟ้ามีหน้าที่ตรงตามชื่อของมัน คือแปลงกระแสไฟฟ้าที่ได้รับจากสายส่งบริเวณนั้น ๆ ให้เหมาะสมและพร้อมใช้งานภายในอาคารบ้านเรือน ด้วยหลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า เพราะไฟฟ้าตามสายและไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในอาคารบ้านเรือนมักจะมีแรงดันต่างกัน หากไม่ได้ผ่านหม้อแปลงก่อน จะทำให้เกิดไฟฟ้าช็อต ไฟฟ้าลัดวงจรได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

รู้จักระบบไฟฟ้าก่อนเลือกใช้หม้อแปลงไฟฟ้า

            ก่อนจะเลือกใช้หม้อแปลงไฟฟ้านั้น สิ่งที่ควรรู้จักก่อนคือระบบไฟฟ้า เพราะมีผลต่อการเลือกประเภทและกำลังของหม้อแปลงในอนาคต โดยระบบไฟฟ้าในประเทศไทยอ้างอิงตามข้อมูลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

1. ระบบไฟฟ้า 1 เฟส 2 สาย หมายถึงระบบไฟฟ้าที่มีสายไฟฟ้าจำนวน 2 เส้น เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ใช้ไฟไม่มากอย่างบ้านเรือนทั่วไป ราคาจะไม่สูง

2. ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย หมายถึงระบบไฟฟ้าที่มีสายไฟ 3 + 1 เส้น คือสายไฟจำนวน 3 เส้น และสายนิวทรอล 1 เส้น จึงสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าระบบ 1 เฟส 2 สาย ถึง 3 เท่า เหมาะกับบริษัท โรงงาน อาคารพาณิชย์ และสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้ไฟในปริมาณมาก

กำลังของหม้อแปลงไฟฟ้า

            เมื่อรู้แล้วว่าบ้านหรือโรงงานของคุณควรใช้ระบบไฟฟ้าประเภทไหน เรื่องน่ารู้ถัดไปคือกำลังของหม้อแปลงไฟฟ้า หรือขนาดหม้อแปลงให้เหมาะสมกับสถานที่ เพื่อการจ่ายไฟที่ไม่ติดขัดและห่างไกลจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน โดยแบ่งได้ตามระบบไฟฟ้าดังนี้

1. ระบบ 1 เฟส 2 สาย มีให้เลือกตั้งแต่ 10 – 100 kVA

2. ระบบ 3 เฟส 4 สาย มีให้เลือกตั้งแต่ 30 – 2,500 kVA

                ซึ่ง kVA หรือ กิโลโวลต์แอมแปร์ (Kilovolt – Ampere) เป็นหน่วยวัดของกำลังไฟฟ้าเสมือน ที่จะบอกได้ว่าหม้อแปลงมีกำลังจ่ายไฟเท่าไหร่ เจ้าของสถานที่ควรคำนวณปริมาณการใช้ไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องจักรทั้งหมดในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อเลือกกำลังของหม้อแปลงที่มากกว่าความต้องการใช้ไฟ โดยถ้าเป็นเครื่องจักรโรงงานหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ จะมีหน่วย kVA แปะอยู่แล้ว คุณสามารถนำค่านั้นมาคูณกับจำนวนเครื่องเพื่อหาผลรวมการใช้ไฟได้เลย แต่ถ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะบอกเป็นวัตต์ (Watt: W) ดังนั้นต้องแปลงหน่วยกลับไปกลับมาเสียก่อน ดังนี้

1 kVA = 0.8 KW = 800 W

                เช่น ผลรวมความต้องการใช้ไฟฟ้าของอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งเป็น 85 kVA เจ้าของสถานที่ควรเลือกใช้หม้อแปลงระบบ 3 เฟส 4 สาย ขนาด 100 kVA ขึ้นไป

แล้ว “แอมป์” คืออะไร

            แต่บางครั้งกำลังของหม้อแปลงไฟฟ้าบางแบรนด์อาจไม่ได้ใช้หน่วย kVA แต่ใช้คำว่า “แอมป์” ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะแอมป์หรือแอมแปร์ (Ampere: A) คือหน่วยที่ใช้บอกปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านหม้อแปลงได้เช่นกัน โดยทั้ง kVA, วัตต์ และแอมป์สามารถแปลงกลับไปกลับมาได้ ด้วยสูตรคำนวณง่าย ๆ ดังนี้

1 KVA = 800 W = 3.5 A

เดินหน้าติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า

            หลังจากที่รู้จักหม้อแปลงไฟฟ้าและรู้แล้วว่าควรเลือกแบบไหนให้เหมาะสม สิ่งสุดท้ายที่ห้ามลืมคือการใช้บริการติดตั้งหม้อแปลงจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยและการมีไฟฟ้าใช้เพียงพอ อย่างบริษัท พรีไซซ อีเลคตริค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (PEM) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิต จำหน่าย ติดตั้ง และซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานสากลแบบครบวงจรมากว่า 30 ปี ติดต่อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://preciseproducts.in.th/

หม้อแปลงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทุกสถานที่ต้องมี เลือกให้เป็น เลือกให้ดี และใช้บริการติดตั้งกับผู้เชี่ยวชาญ จะทำให้การอยู่อาศัยหรือการดำเนินธุรกิจราบรื่น ไม่มีสะดุด